Tips

ผมไม่แน่ใจว่าผมทำทะเบียนบ้านหายหรือจำไม่ได้กันแน่ว่า เก็บไว้ที่ไหน บ้านก็หลังเล็ก ๆ เองนะ แต่ค้นหายหลายที่ๆ ผมคิดว่าน่าจะเก็บไว้ก็ไม่เจอ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงต้องไปทำใหม่ที่สำนักงานเขต แต่ว่า เราต้องเตรียมอะไรบัางล่ะ???

แรก ๆ ผมก็ผมค้นหาในเวบของอากู๋ว่าต้องทำอะไร เตรียมเอกสารอะไรบ้างประมาณนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังบอกง่าย ๆ ว่าเข้าไปทำได้เลย ทุกวันนี้ ไม่ต้องแจ้งความแล้ว และเพื่อความชัวร์ ก่อนที่ผมจะเข้าไปทำทะเบียนบ้านใหม่ที่สำนักงานเขต ผมลองโทรไปถามกับฝ่ายทะเบียนก่อนเพื่อความชัวร์ ซึ่งก็ได้คำตอบว่าเจ้าบ้านเข้าไปทำใหม่ได้เลยที่สำนักงานเขต

วันนี้ ผมคิดว่าได้ฤกษ์งามยามดีแล้ว เผื่อว่าลูก ๆ อาจจะต้องใช้ไปสมัครเรียน ผมจึงขับรถไปที่สำนักเขตตั้งแต่ 7.30 น. เลยแหละ เผื่อว่าคนจะเยอะแล้วคิวยาว ซึ่งก็เป็นรู้กันดีว่า ไปทำธุระราชการทีไร เป็นต้องรอนานเพราะคิดยาวทุกที ฉะน้ันผมเลือกที่จะไปแต่เช้า จากนั้นก็วัดดวงกันที่เขต

พอผมไปถึงสำนักงานเขตก็พบว่าผมมาเช้าจริง ๆ และผมได้บัตรคิวที่ 3 ของเช้านี้ โคตรจะดีใจที่ได้คิวต้น ๆ แบบนี้ แต่ก็ดีแล้ว จะได้เสร็จเร็วหน่อย จากนั้นผมก็นั่งเล่นเกมส์รอเพื่อฆ่าเวลาไปตามระเบียบ.. :)

ประมาณสัก 8​โมงเกือบครึ่ง ก็ถึงคิวของผม ผมก็เข้าไปแจ้งสำเนาทะเบียนบ้านหาย พร้อมยื่นฟอร์มที่เคาน์เตอร์ให้มา จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ยื่นฟอร์มอีกอันหนึ่งให้ผมเซ้นต์รับเพร้อมกับแจ้งความประสงค์ที่เข้ามาติดต่อ ซึ่งใช้เวลาแค่ไม่ถึง 20 นาที่ผมก็ได้ทะเบียนบ้านเล่มใหม่

สุดท้าย ผมยอมรับว่าวันนั้นผมได้้รับความสะดวกรวดเร็วและไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดไว้ เพราะผมใช้เวลาแค่ไม่นานในการกรอกแบบฟอร์มและดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ถ้าวันไหนหรือที่ไหนไหแล้วมีคิดยาว อันนี้ ก็คงต้องทำใจว่ามันคงไม่เร็วอย่างที่ผมไปทำวันนั้นแน่นอนครับ

หลังจากที่ผมไล่เรียงมือถือแต่ละรุ่นที่เป็น android ของแต่ละยี่ห้อ โดยทั่ว ๆ ไป แล้วผมคิดว่าไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างกันมากนัก แม้ว่าสะเปคของเครื่องโดยทั่วไปก็มีสิ่งที่ขาดๆ เกิน ๆ ในแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ แต่ก็จะมีที่คล้าย ๆ กันเหมือนกันเช่น หน้าจอไหลลื่น แต่อาจจะมีสะดุด กระตุกบ้างตามจังหวะ ขึ้นอยู่ CPU และ ROM ของแต่ยี่ห้อ ส่วนการเชื่อมต่อแบบ bluetooth และ wifi นั้นก็จะมีให้พร้อมแทบทุกรุ่นอยู่แล้วครับ

เอาล่ะ เรามาดูกันคร่าว ๆ ว่าปัจจัยหลักในการเลือกซื้อเครื่องมือถือ android มีอะไรกันบ้าง..

1. ราคา
ผมคงต้องบอกว่าราคาเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อมือถือในปัจจุบัน กำหนดราคาที่ต้องการให้พอเหมาะ ถ้าไม่ต้องการความใหม่ ความหรูหราก็ต้องใจเย็นสักนิด ซึ่งผมแนะนำว่ารออีกสักหน่อย ราคาก็ลง เพราะอุปกรณ์พวกนี้มาเร็วก็ไปเร็วเหมือนกัน มีหลายยี่ห้อ เปิดตัวมาแบบราคาสูงลิ่วแต่พอผ่านไป 5-6 เดือน ราคาตกลงมาเกือบครึ่ง คิดง่าย ๆ ถ้าซื้อมาแล้ว เราจะใช้ทำอะไรบ้าง มันคุ้มค่ากับค่าเงินที่จ่ายไปหรือไม่ .. (แต่สำหรับคนที่ต้องการ in trend ก็คงต้องบอกว่า ปล่อยเขาไปครับ.. :)

2. CPU Speed
ข้อนี้ ผมคงต้องบอกว่าเป็นไปตามกลไกการค้าขายละครับ ถ้าราคาต่ำกว่าก็จะใด้ cpu speed ที่ต่ำหรือพอปานกลางระหว่าง 600 - 800 mHz แต่ถ้าราคาสูงกว่าก็จะมีตัวเลือกให้เลือกแบบหลากหลายกว่าแน่นอน ถ้าราคายิ่งสูงก็ยิ่งมีอะไรให้เลือกแบบยั่วกิเลสมากกว่า.. คงถามตัวเองว่าต้องเอามาทำอะไรมากกว่า ถ้าอยากเล่นเกมส์ แบบหนัก ๆ กดปุ๊บวิ่งปั๊บเลย ก็ต้องจัดหนักไปเลย แต่ถ้าไม่เอาจริงจังกับเรื่องพวกนี้ ผมว่า cpu ขนาดกลาง ๆ ก็เรียกว่าใช้ได้แล้วครับ

3. ความละเอียดและขนาดของ Resolution
อีกปัจจัยหนึ่งในการเลือกซื้อครับ ถ้ายิ่งสูงมากก็ทำให้ ความละเอียดของภาพหรือไอคอนคมชัดมากกว่า ลองคิดง่าย ๆ เหมือนเวลาเราใช้คอมพิวเตอร์ครับ ถ้าเราใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาด 17 นิ้ว แล้วปรับขนาด resolution ของหน้าจอไปที่ 800x600 กับ 1280x1024 เราจะเห็นว่าหน้าจอที่เป็น 1280x1024 จะมีความละเอียดกว่าและสามารถเห็นได้(มุม)กว้างกว่าหรือเยอะกว่านั่นเองครับ คราวนี้ก็ลองมาเทียบกับหน้าจอเล็ก ๆ ของมือถือขนาด 3.5 นิ้วแล้ว ถ้าหน้าจอเท่ากันแต่สามารถมองเห็นได้เยอะกว่าจะทำให้หน้าจอมีความละเอียดมากกว่านั่นเองครับ :)

4. กราฟฟิค การ์ด
เมื่อก่อน เราอาจจะไม่ใส่ใจว่ามือถือก็มีตัวนี้ด้วยหรือ ถูกต้องครับเพราะเราไม่ได้เอามาทำอะไรมากนัก แต่ถ้าเป็นคอเกมส์ ก็น่าจะต้องทำการบ้านเยอะหน่อยว่ารุ่นไหนรองรับเกมส์ประเภทไหนบ้าง และแน่นอน ถ้าไม่สนใจเรื่องเกมส์อะไร ก็ไม่ต้องใส่ใจตัวนี้ครับ คิดมากก็ปวดขมองเปล่า ๆ ลำพังแค่ใช้โทร เล่นเนตและเล่นเกมส์เล็ก ๆ ทั่วไปก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ

5. RAM/ROM
ส่วนใหญ่มักจะให้มาแบบคล้ายๆกันคือประมาณ 512 MB เป็นตัวยืนพื้น แต่ก็อาจจะมีเพิ่มลดบ้างในบางรุ่น บางยี่ห้อ ยังไงก็ต้องเลือกเอาแบบที่มันเยอะ ๆ ไว้ก่อนดีที่สุด แต่ถ้าใช้ ๆ ไปแล้วเห็นเครื่องมันช้า ๆ เพราะว่า RAM เหลือน้อยก็สามารถสั่งปิดโปรแกรมที่เปิดอยู่ได้เพียงไม่กี่คลิ๊ก จากนั้นก็จะดีขึ้นครับ

6. หน้าจอ
ส่วนใหญ่หน้าจะเป็นแบบ touch screen ที่มีขนาดพอเหมาะในการใช้งานแบบมือเดียว นั่นคือประมาณ 3.2 - 4 นิ้ว หรือแม้แต่เรื่องการตอบสนองเวลาที่เรากดๆ ลาก ๆ นิ้ว ก็สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่มันก็ขึ้นอยู่กับสะเปคข้ออื่น ๆ มากว่า ถ้าเมื่อก่อน เวลากดหน้าจอทีหัวจะทิ่มเอาหรือไม่นิ้วจะหักซะให้ได้.. :) เอาเป็นว่า ชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามกำลังทรัพย์เลย

7. กล้อง
ส่วนใหญ่จะมีกล้องมาให้ด้วยซึ่งความชัดก็ประมาณ 3-5 MP ผมคิดว่าน่าจะกำลังพอดี ส่วนแฟรชนั้นก็คงเป็นตัวประกอบการตัดสินใจนิดหน่อยครับ จริง ๆ ผมคิดว่า ภาพที่ถ่ายจากมือถือก็คงเอาแบบขำๆ ซะมากกว่า ถ้าอยากเน้นแบบหน้าชัดหลังเบลอจริง ๆ ผมแนะนำว่าซื้อกล้อง DSLR แทนดีกว่าไหม ส่วนกล้องตัวที่สองหรือกล้องหน้า อาจจะมีไว้ก็ไม่เสียหาย ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ ..

8. ยี่ห้อ
ผมบอกตามตรงว่า ต้องศึกษาดี ๆ เพราะแต่ละยี่ห้อก็จะมีดีคนละแบบ ผมแนะนำให้ลองอ่านๆ ดูในเวบบอร์ดเกี่ยวกับการบริการหลังการขายด้วยเหมือนกัน เพราะคุณอาจจะได้ใช้บริการเมื่อเครื่องมีปัญหา จะด้วยประใดก็ตามครับ ที่สำคัญคุณชอบยี่ห้ออะไรก็เลือกยี่ห้อนั้น อย่างน้อยก็คุ้นเคยมากกว่าที่จะเปลี่ยนของยี่ห้ออื่นอีกที ซึ่งก็ไม่แปลกครับ

อย่างไรก็ดี ก่อนตัดสินใจ ผมแนะนำว่าให้ไปลองของจริงที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายหรือในงาน IT ต่าง ๆ เพราะจะได้เข้าใจแล้วตัดสินใจได้ง่าย ลองตั้งคำถามในใจว่าดูตัวไหนน่าสนใจ ใช้งานง่ายไหม มีอาการหน่วง ๆ หรือเปล่า รวมไปถึงงานประกอบของตัวเครื่องด้วย เอาเป็นว่า.. ดูให้ดีก่อนตัดสินใจครับ :)

พอดีว่า ผมอยากจะเอาข้อความจากบลอกที่เป็นของ Wordpress เข้าไปใส่ในบลอกของ Blogger มาหลายวันแล้วแต่ไม่เคยสำเร็จสักที จริง ๆ แล้วผมเคยทำแบบนี้ได้ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเอาข้อความจาก Blogger เข้า Wordpress หรือจะเอาจาก Wordpress เข้าไปที่ Blogger ซึ่งทุกครั้งก็ทำได้ทันที ไม่เจอข้อความ error ใด ๆ ทั้งสิ้น

คราวนี้ ผมกลับเจอปัญหาตั้งแต่ตอนแรกที่เริ่มทำเลย อย่างตอนแรก ๆ ที่จะโปรเซส ผมดูแล้วมันช้ากว่าที่เคย ทั้ง ๆ ที่ขนาดไฟล์ก็แค่เมกกว่า ๆ เท่านั้น แต่ทำไมตอนอัพโหลดมันช้ามากขนาดนั้น และสุดท้ายก็ขึ้นหน้าจอว่า ...

ผมลองทำอีก 4 - 5 ครั้งแต่ก็เจอข้อความ error นี้ทุกครั้ง ตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นเพราะตัวเบราเซอร์ที่ใช้ ผมก็เปลี่ยนไปใช้ทั้ง Fierfox ทั้ง Internet Explorer 8 และสุดท้ายก็มาลองกับ Avant แต่ก็ทำไม่ผ่านสักที เอาล่ะสิ ทำไงดีครับ ??

เอาล่ะ ทำไปกี่ที ๆ ก็ไม่ผ่านสักกะที งั้นคงต้องอาศัยเจ้า Google ช่วยหาคำตอบให้ล่ะ .. :)

Google ก็ทำหน้าที่ได้ดีตามคาด เพราะได้ผลลัพย์ออกมาเยอะมาก ผมจึงทราบว่าในโลกนี้ยังมีอีกหลายร้อยคนที่เจอปัญหาอย่างเรา :) แต่ก็เลือกเอาว่าวิธีไหนที่เราสามารถทำได้และน่าจะได้ผลที่สุด เพราะถ้าไปทำทุกวิธีที่เขาแนะนำทุกอย่างที่ค้นเจอ เครื่องของเราเองนั่นแหละจะพังไปซะก่อนครับ ..

วิธีแรกที่ผมเลือกคือให้เคลียร์ cache ของตัวเบราเซอร์ทั้งหมดแล้วลองใหม่ แต่วิธีนี้ก็ยังไม่ได้ผลครับ

วิธีที่สองที่เลือกคือแปลงไฟล์โดยใช้เวบ Wordpress2Blogger ทำการแปลงไฟล์เพื่อให้ Blogger สามารถอ่านและนำมาใช้ได้ มันก็แปลกดีเพราะ Blogger น่าจะอ่านตัวไฟล์ที่จะนำเข้า(import)ได้อยู่แล้วแต่มันไม่สามารถโพสต์ข้อความเหบ่านั้นขึ้น เวบได้เท่านั้นเอง

ส่วนวิธีทำก็แค่อัพโหลดตัวไฟล์ที่ได้จาก Wordpress ขึ้นเวบ Wordpress2Blogger แล้วกด Convert จากนั้นก็มีหน้าจอขึ้นมาให้เราจัดเก็บไฟล์นั้นใหม่ พอจัดเก็บเรียบร้อยแล้วก็ไปที่หน้าของ Blogger ทำการ import ได้เลย แป๊บเดียวก็เสร็จครับ จะเห็นไหมว่ามันง่าย ๆ เองแต่ทำไมไม่ยอมแต่ทีแรกก็ไม่รู้สิน่ะ!

PS. ข้อความนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันกับเวบนี้แต่ผมขอโพสต์วิธีการทำนี้ไว้เพื่อสำหรับคนที่ใช้บริการของ 2 บลอกนั้นนะครับ ..

วิธีติดตั้ง Wordpress 2.7.1

posted on 12 Dec 2010 22:05 by aeiouz in Tips
สำหรับคนที่กำลังมองหาตัวจัดการเวบ คอนเทนต์ หรือที่เรียกกันว่า CMS นั่นเองครับ วิพ๊การนำใช้ก็สามารถทำได้ทั้งแบบ offline คือติดเป็นเวบไซต์ในเครื่องที่บ้านหรือจะทำเวบไซต์เอาไว้เขียนบลอกตามที่ตัวเองถะนัดเพื่อให้คนอื่นเข้ามาดู มาชมได้ครับ
  1. เริ่มต้นก็ให้ไปดาวน์โหลดไฟล์จาก www.wordpress.org ซึ่งไฟล์ที่จะโหลดก็มีทั้งแบบ zip และ tar.gz ชอบแบบไหนก็เลือกเอาแบบนั้นครับ
  2. จากนั้น ทำการอัพโหลดไฟล์ที่ไปไว้ที่เวบเวิร์ฟเวอร์ ซึ่งถ้าหากเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้อยู่รองรับการแตก zip ก็สามารถอัพไปได้ทั้งก้อนเลยครับ เพราะจะสะดวกกว่าการแตกไฟล์ออกมาก่อนแล้วอัพโหลดไปแบบไฟล์ย่อย ๆ ขึ้นไปแทน โดยเราใช้โรปรแกรม FileZilla หรือ wsFTS ก็ได้
  3. เมื่อไฟล์ขึ้นไปอยู่ที่เซิฟเวอร์แล้ว ก็เปิดเวบ เบราเซอร์ขึ้นมาแล้วเปิดหน้าเวบของเราเช่น http://www.website.com/wordpress/
  4. เราจะเห็นว่ามีแค่ “Create a Configuration File” เพื่อเริ่มต้นสร้างไฟล์สำหรับการติดตั้งเวบไซต์

  5. ก่อนจะเริ่มขั้นตอนต่อไป จดโนตนิดหนึ่งว่าเรามีข้อมูลเหล่านี้ครบหรือยังนะครับ

  6. ใส่ข้อมูลให้ครบตามช่องแล้วกดปุ่ม Submit

  7. ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็กดปุ่มต่อไปได้เลยครับ

  8. ใส่ข้อมูลเวบของเราในแต่ช่อง แล้วกดปุ่ม "Install WordPress"
  9. เราจะได้พาสเวิร์ดสำหรับ admin ก็กดที่ปุ่ม Login เพื่อเข้าระหัสที่ได้มาได้เลยครับ

  10. หน้านี้ก็ใส่ข้อมูลที่ได้จากข้อเมื่อกี้นั่นเองครับ แต่ถ้าอยากดูหน้าแรกของเวยบก็กดไปที่ "Back to my blog" ที่อยู่ด้่นขวามือได้เช่นกันครับ

Free Hosting

Tags